ดูงานเกษตรอินทรีย์ที่ญี่ปุ่น EP.2 : เปลี่ยน”ขยะ”เป็นพลังงานสะอาดและปุ๋ยอินทรีย์แบบ Mottainai!

มารู้จักกับคำว่า Mottainai (มต-ไต-น่าย) กันก่อน

Mottainai เป็นคำอุทานในภาษาญี่ปุ่น หมายความว่า”น่าเสียดาย” คนญี่ปุ่นใช้คำนี้เมื่อต้องการสื่อถึงความรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องในการดำรงชีวิตอย่างปัจจัยสี่ แต่ยังรวมถึง เวลา และโอกาส หรือเมื่อสิ่งใดก็ตามถูกปฏิบัติหรือใช้งานอย่างไม่คุ้มค่า รวมทั้งความรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถใช้ชีวิตของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น คนญี่ปุ่นมีสำนึกนี้อย่างเข้มข้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากความอดอยากแร้นแค้น ขาดแคลนเสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ดำรงชีวิตด้วยอาหารที่มีอย่างจำกัด ทำให้ชาวญี่ปุ่นใช้สอยและบริโภคสิ่งต่างๆ อย่างรู้คุณค่า ความรู้สึกเสียดายนี้เองที่ช่วยนำพาให้ประเทศญี่ปุ่นรอดพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้ ต่อเมื่อความเจริญคืบเข้ามามีความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ ความรู้สึก “น่าเสียดาย” ก็ค่อย ๆ จางหายไป

ปัจจุบัน Mottainai ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใช้ในการรณรงค์สร้างจิตสำนึกเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะที่ล้นเกิน ด้วยหลัก 3 R คือ reduce (ลด) reuse (นำกลับมาใช้อีก) และ recycle (แปรรูปกลับไปใช้อีก) รวมทั้งมีความพยายามคิดค้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยความรับผิดชอบและเคารพต่อธรรมชาติ อันเป็นที่มาของการสร้างศูนย์รีไซเคิลขยะเมืองโอกิ Oki Circulation Center จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำการรีไซเคิลขยะอย่างครบวงจร

แต่การปลุกสำนึกแบบ mottainai มิได้จำกัดเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น คำนี้ถูกทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายผ่านโครงการ Green Belt Movement (GBM)ของนักสิ่งแวดล้อมชาวเคนย่าเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2547 คือ ศ.วังการี มาไท (Prof.Wangari Maathai) ความประทับใจที่เธอได้รับจากความหมายเชิงลึกของ mottainai เมื่อครั้งที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติเกี่ยวเนื่องกับพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)* ในปี 2548 ทำให้เธอแข็งขันที่จะทำให้ mottainai เป็นสัญลักษณ์การรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

* พิธีสารเกียวโต(Kyoto Protocol) -รู้จักกันอีกอย่างว่าเป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับภูมิอากาศของโลก คือ บันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศ ฉบับเดียวของโลกที่มีเป้าหมายผูกพัน คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Oki Circulation Center : ศูนย์รีไซเคิลขยะเมืองโอกิ

ศูนย์แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า Kururun หมายถึง การหมุนเวียนเป็นวงกลม ตั้งอยู่ในเมืองโอกิ อำเภอ Kurume ทางตอนใต้ของจังหวัดฟูกูโอกะ เปิดดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 ในพื้นที่ 3 ไร่นอกจากมีโรงผลิตไบโอก๊าซซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นด้วย ได้แก่

  •  กิจกรรมด้านพลังงานทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ การผลิตไบโอดีเซล โรงไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ เป็นต้น
  •  อาคารศูนย์การเรียนรู้แลกเปลี่ยน และฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
  •  ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรกรและผลิตภัณฑ์แปรรูป (Oki Michi no Eki) ภัตตาคาร และลานreuse plaza ภายในร้านค้าติดรูปถ่ายและชื่อเกษตรกรสมาชิกที่นำผลผลิตและผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย และที่บรรจุภัณฑ์ติดชื่อเกษตรกรไว้ด้วย ทำให้ผู้บริโภคทราบว่าซื้อผลผลิตของเกษตรกรรายใดบ้าง

โรงผลิตไบโอก๊าซ Kururun  (Methane Fermentation Facility)

คือระบบการผลิตก๊าซมีเทนโดยใช้วัตถุดิบที่เป็นขยะจากเมือง ได้แก่ เศษอาหารและสิ่งขับถ่ายจากครัวเรือน ร้านค้า โรงเรียน และตะกอนบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรม

กล่าวโดยสรุปคือ เป็นระบบบำบัดของเสียจากเมือง ที่ให้ผลพลอยได้เป็นก๊าซมีเทนซึ่งนำไปผลิตไฟฟ้าใช้ภายใน kururun และได้ปุ๋ยน้ำไปใช้ในฟาร์มเกษตรกร เมื่อเทียบกับระบบเดิมที่กำจัดขยะโดยการเผาและฝังกลบ ระบบนี้ได้ประโยชน์และลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าอย่างชัดเจน ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะและบำบัดของเสียช่วงปี 2550 -2559 ได้ 284 ล้านเยน หรือเฉลี่ย 28.4 ล้านเยนต่อปี

การจัดการวัตถุดิบและการจัดแยกขยะ

เศษอาหารจากครัวเรือน หนึ่งในวัตถุดิบของไบโอก๊าซนั้น เป็นผลิตผลของระบบการจัดแยกขยะของชุมชน ที่นี่จัดการแยกขยะกันอย่างจริงจังและละเอียดมากจริงๆ (น่าจะละเอียดที่สุดในโลกเลยทีเดียว) คือ แยกขยะได้ถึง 28 ประเภท! สิ่งที่แยกมาได้นั้นจะพยายามกลับมาใช้ให้มากที่สุดโดยอาจมีการซ่อมแซมก่อนนำไปขายหรือแจก เช่น เสื้อผ้ามือสอง รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น พบว่าเมืองโอกิสามารถเพิ่มอัตราขยะรีไซเคิลได้จาก 14.9%(ในปี 2548) เป็น 63.1%(ในปี 2558) หรือเพิ่มขึ้นถึง 48.2% หมายความว่ามีจำนวนขยะที่ต้องกำจัดโดยการเผาลดลงนั่นเอง

หน้าที่ของสมาชิกในชุมชน คือ ต้นทางการจัดแยกขยะตามประเภท จำพวกขวดและถุงพลาสติก กระป๋องนมหรือน้ำผลไม้ จะต้องล้างทำความสะอาดก่อน ถ้ารวบรวมใส่ถุงจะต้องใช้ถุงที่กำหนดไว้เฉพาะ แล้วนำไปทิ้งตามจุดนัดหมาย เศษอาหารจากครัวสำหรับไบโอก๊าซจะถูกแยกอย่างถูกต้องคือ ไม่รวมเปลือกไข่และเปลือกหอย เป็นต้น

หน้าที่ของชุมชน ทำจุดรวบรวมเศษอาหารของแต่ละบ้านใส่ถังสีฟ้าของ kururun ซึ่งเป็นถังขนาดใหญ่ ใช้ 1 ถังต่อ 10 ครัวเรือน อาสาสมัครของแต่ละชุมชนจะมีหน้าที่รณรงค์และดูแลเรื่องการจัดแยกขยะให้ถูกต้องอีกด้วย ชุมชนที่ทำหน้าที่ได้ดีจะได้รับการยกย่องเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ในบางครั้งมีรางวัลให้ด้วย เช่น ตั๋วออนเซ็น เป็นต้น

การจัดแยกและจัดเก็บขยะ เป็นความร่วมมือระหว่างประชาชน ชุมชน และหน่วยงานเทศบาลของเมือง แต่ละหน่วยรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง และให้ความร่วมมือให้การจัดการในแต่ละช่วงเคลื่อนไปได้จนสุดทาง

ในขณะที่ขยะครัวเรือนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีขยะที่เป็นภาระในการจัดการเผาและฝังกลบอยู่ด้วยซึ่งจะต้องทำให้ลดลงให้ได้มากที่สุด มีมาตรการหลายอย่างทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ใช้เพื่อผลักดันให้พลเมืองลดการสร้างขยะลง เช่น ลดจำนวนวันเก็บขยะเผาไหม้เหลือสัปดาห์ละครั้งขณะที่ขยะครัวเรือนจัดเก็บ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และพยายามตั้งราคาถุงใส่ขยะให้แพงขึ้น เป็นต้น

น่าจะฟันธงได้ว่าบ้านเมืองใดที่มีระบบจัดแยกขยะที่ดี บ้านเมืองนั้นจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้านไม่มีขยะเกลื่อนถนน คูน้ำ ลำคลอง อย่างที่เมืองโอกิทาให้เห็นเป็นตัวอย่าง

การผลิตก๊าซมีเทน Methane Fermentation Tank

สถานที่ผลิต ประกอบด้วย อาคารเตรียมวัตถุดิบและล้างถัง ถังหมักขนาดใหญ่ ถังเก็บก๊าซมีเทน และถังเก็บปุ๋ยน้ำ ไบโอก๊าซเป็นระบบการหมักแบบปิดและไม่ใช้อากาศ (anaerobic condition) จึงไม่เกิดปัญหากลิ่นรบกวน ใช้วิธีการหมักแบบ ต่อเนื่อง ก๊าซมีเทนจะถูกเก็บไว้ในถังและใช้เป็นพลังงานแก่เครื่องผลิตไฟฟ้า สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 232,816 kw/ปี อาคารเตรียมวัตถุดิบ เห็นถังสีฟ้ารวบรวมเศษอาหารวางเรียงกันทั้งภายนอกและในอาคาร

ปุ๋ยน้ำจากไบโอก๊าซ

ปุ๋ยน้ำผลพลอยได้จากการหมักนี้ ส่งเสริมให้เกษตรกรนาไปใช้ได้ฟรี จ่ายเพียงค่ารถขนปุ๋ยพร้อมฉีดพ่นให้ด้วย โดยมีค่าบริการในราคา 1,000 เยนต่อ 0.1 เฮกตาร์ หรือประมาณ 465 บาทต่อไร่ บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิสอย่างนี้นับว่าตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากเพราะเกษตรกรญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ดังนั้นนอกจากจะช่วยลดต้นทุนปุ๋ยเคมีแล้วยังช่วยลดภาระการใช้แรงงานอีกด้วย แต่ปุ๋ยน้ำของที่นี่สงวนไว้สาหรับเกษตรกรในเมืองโอกิเท่านั้น เนื่องจากเป็นที่ต้องการมากขึ้นและถือว่าผลิตได้ไม่พอใช้

มีการตรวจเช็คคุณภาพและความปลอดภัย จากการวิเคราะห์พบว่าเป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารรองสูง เช่น กรดอะมิโน ฮอร์โมนพืช กรดอินทรีย์หลายชนิด รวมทั้งธาตุอาหารหลัก N-P-K ช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน และเมื่อใช้ในช่วงเตรียมกล้าจะทำให้รากพืชแข็งแรง

ข้าวที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยของ kururun มีตราติดบนถุงด้วย เพื่อสนับสนุนเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยและสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบ

เกษตรกรใช้ปุ๋ยผลิตข้าวและผักส่งขายให้ชาวเมืองบริโภค ของเหลือจากการบริโภคเป็นเศษอาหารจากครัวและสิ่งขับถ่ายส่งไปผลิตเป็นปุ๋ยกลับไปให้เกษตรกร หมุนเวียนมาบรรจบกันเป็นวงกลมที่สมดุล และได้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจนหยดสุดท้ายแบบ mottainai

ย้อนรอยการตั้งศูนย์Kururun

เมืองโอกิ มีฐานะเป็นตำบล ถ้าเทียบกับบ้านเราจะเรียกว่า “อบต.โอกิ” ก็น่าจะใกล้เคียง คือดูแลรักษาสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล เป็นต้น มีประชากรประมาณ 14,300 คน 4,900 ครัวเรือน มีพื้นที่ 18.43 ตารางกิโลเมตร(ราว 11,518.75 ไร่) เป็นเมืองเกษตรกรรม

การสร้างศูนย์ kururun แห่งนี้และบำรุงรักษาให้ใช้งานต่อเนื่องนานกว่าสิบปี โดยไม่หยุดความพยายามที่จะลดปริมาณขยะให้ยิ่งๆ ขึ้นจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายการเป็นเมืองขยะเหลือศูนย์ หรือ zero waste town นั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าทึ่งและน่าประทับใจอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามศูนย์นี้มิได้เกิดขึ้นภายในเวลาอันสั้นแต่ใช้เวลาเตรียมการหลายปีดังตารางข้างล่างนี้

ลำดับขั้นการเกิดขึ้นของศูนย์ kururun โดยสังเขป

ปี หน่วยงานท้องถิ่นและพลเมือง บทบาทรัฐบาลกลาง
2538 ปฐมบทของความคิดทดลองจัดแยกขยะของเมือง
2542 เริ่มดำเนินการจัดแยกขยะและจัดเก็บขยะ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชนผู้อยู่อาศัย
2543 กำหนดวิสัยทัศน์เรื่องพลังงาน โดยใช้พลังงานจากชีวมวล เช่น ขยะ พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำพุร้อน ฯลฯ รวมทั้งแผนการประหยัดพลังงาน ให้เงินอุดหนุนแก่ครัวเรือนที่ติดตั้งพลังงานทางเลือก ภายใต้โครงการ Green Fund การใช้พลังงานทางเลือกจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว
2544-2546 จัดตั้งแผนกจัดการสิ่งแวดล้อม และสร้างทีมงานรับผิดชอบ ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภูมิภาค, บริษัทเอกชน เป็นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดสร้างระบบรีไซเคิลจากขยะชุมชน ปี 2546 อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ชาติ

”Biomass Town” มุ่งเน้นการสร้างสังคม รีไซเคิล เป้าหมายเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

2547 เข้าร่วมโครงการวาระแห่งชาติ ”Biomass Town” เมืองโอกิเป็น 1 ใน 13 เมืองที่บุกเบิกเรื่องนี้ โครงการ/เมืองที่ได้รับอนุมัติจะได้รับเงินสนับสนุน 50%
2548 -2549 ก่อสร้างโรงผลิตไบโอก๊าซ และระบบที่เกี่ยวเนื่อง ปี 2548 จัดประชุมระดับนานาชาติ’พิธีสารเกียวโต”
2549 ศูนย์ Kururun เริ่มเปิดดำเนินการ ตั้งเป้า”Biomass Town”ให้ได้ 300 เมืองภายในปี 2553
2550 ก่อสร้างร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรกร Oki Michi no Eki,

ภัตตาคาร และreuse plaza

2551 เมืองโอกิประกาศแนวทางขยะเหลือศูนย์

“Oki Town Zero Waste Declaration”

2553 เปิดดำเนินการ Oki Michi no Eki, ภัตตาคาร และreuse plaza

คำประกาศของเมืองโอกิ Oki Town Zero Waste Declaration

คำประกาศมีขึ้นในวันที่ 11 มี.ค.2551 เพื่อให้คำมั่นแก่คนทั้งประเทศว่า เมืองโอกิจะมุ่งทำภารกิจจัดการขยะให้เหลือศูนย์ นับเป็นเมืองลำดับที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่นที่ประกาศความพร้อม เนื้อหาคำประกาศที่แปลเป็นภาษาอังกฤษโดยกูเกิ้ล

The future of children is dangerous.

Climate change due to global warming is getting more serious than threatening the existence of humanity 100 years later.

It is clear that the cause is in human activities and in a society consuming large quantities of resources.

We reconsidered the wasteful way of living, decided to create a town that will not create further burdens on our children’s future.

1. We will relearn from the wisdom of our ancestors, to raise the heart of “mottainai”, and as a town, develop a way of life which is free from waste. 2. We will work to recycle garbage, recognizing that it is a valuable resource originally, and strive to eliminate garbage incineration and landfill disposal by 2016.

3. Oki Town is a small town on the planet, but has a will as a member of the earth and connects with people all over the world with the same will, to help promote sustainable living.

โครงการที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านอย่างดีบวกกับการร่วมมือกันทาอย่างแข็งขันตามคติของคนญี่ปุ่นที่ว่า”เรื่องสาธารณะสาคัญกว่าเรื่องส่วนตัว”จึงเกิดผลสาเร็จได้อย่างที่เห็น นี่เป็นอีกตัวอย่างจริงของการคิดเพื่อโลกแล้วลงมือทาได้ทันทีที่บ้านหรือชุมชนตนเอง ข้าพเจ้าขอขอบคุณด้วยการโค้งคานับจากใจให้แก่ชาวเมืองโอกิ สาหรับแบบอย่างการสร้างสังคมที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ และเมล็ดพันธุ์ reduce reuse recycle ของkururunที่ขอนากลับมาปลูกไว้ที่บ้านตนเองด้วย

มั่นใจว่าสักวันหนึ่งเมื่อมีคนปลูกเมล็ดพันธุ์นี้มากขึ้นๆ ศูนย์รีไซเคิลแบบkururunจะต้องเกิดขึ้นที่”อบต.”ไหนสักแห่งในบ้านเมืองเราอย่างแน่นอน…

หมายเหตุ
1. บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานการทัศนะศึกษาด้านเกษตรอินทรีย์ ตลาดเกษตรกร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 13 ต.ค.2561

2. ศ.วังการี มาไท เสียชีวิตแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2554 ขณะอายุ 71 ปี ด้วยโรคมะเร็งรังไข่

ที่มาของรูปภาพบางรูป และข้อมูลตาราง,สถิติ,flow chart ได้จาก 1. http://kururun.jp/ 2. http://www.maff.go.jp/e/policies/tech_res/biomass.html. Biomass Town Concept in Asia.pdf., 26 p. 3. http://www.maff.go.jp/e/policies/tech_res/biomass.html. Case sample of Biomass Town in Japan.pdf., 11 p.