เก็บตกงานสัมมนาผู้ผลิตผู้ประกอบการ มกท.ปี 2559

สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ได้จัดให้มีการสัมมนาผู้ผลิตผู้ประกอบการ มกท.ขึ้นในวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมาที่ห้องนนทรี 1 ชั้น 4 อาคารเคยู โฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ  มีผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองผลิตผล/ผลิตภัณฑ์อินทรีย์จาก มกท.ในขอบข่ายต่างๆ สนใจเข้าร่วมทั้งสิ้น 138 คนจาก 83 หน่วยงาน จำแนกเป็นผู้ประกอบการผลิต(Farm) 58 คน (36 หน่วยงาน) ผู้ประกอบการแปรรูป (Handling & Processing) 16 คน (13 หน่วยงาน) ผู้ประกอบการที่ขอรับรองแบบกลุ่ม (Grower Group) 44 คน (23 หน่วยงาน) และผู้ประกอบการปัจจัยการผลิต (Input) 20 คน (11 หน่วยงาน)
 ในช่วงเช้าการสัมมนาเริ่มจาก วิฑูรย์ ปัญญากุล ผู้มีบทบาทคร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจเกษตรอินทรีย์โลกและไทยมานานมากกว่า 20 ปี มีตำแหน่งเป็นกรรมการในหน่วยงานประกันคุณภาพเกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IOAS) ในประเทศไทยเป็นกรรมการผู้จัดการสหกรณ์กรีนเนท และเป็นกรรมการบริหารของ มกท. ได้มาวิเคราะห์ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฟังถึงแนวโน้มและปัจจัยหลัก/รองที่มีผลต่อการขยายตัวของตลาดเกษตรอินทรีโลกและไทย จากนั้นก็เป็นการบรรยายสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท.2016 โดยนาถฤดี นาครวาจา ผู้อำนวยการมูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วยหลักการทั่วไป การผลิตพืช การเก็บผลิตผลจากแหล่งธรรมชาติ การแปรรูปและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ฉลากและการใช้ตรา และความเป็นธรรมในสังคม (มีรายละเอียดดูได้ที่เวปไซด์ มกท.)   ต่อด้วยช่วงถามตอบโดยมีสำเนียง ราบุรี ผู้จัดการทั่วไปสำนักงาน มกท. และวีณา ครุฑเงิน ผู้จัดการฝ่ายรับรองและฝ่ายคุณภาพ ได้ร่วมกันตอบข้อซักถาม แต่เนื่องจากมีกระดาษคำถามส่งไปที่วิทยากรเป็นจำนวนมาก จึงไม่สามารถตอบได้หมดทุกข้อ ผู้จัดการ มกท.จึงแจ้งว่าขอให้ติดตามอ่านคำถามคำตอบทั้งหมดที่เวปไซด์ www.actorganic-cert.or.th แทน

 

ในช่วงบ่ายบรรยากาศเริ่มคึกคักแม้จะเป็นเวลาหลังอาหารกลางวัน เพราะเป็นช่วง “Market Place” ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างแนะนำหน่วยงานของตนและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่ได้รับการรับรองแล้วในขอบข่ายต่างๆกัน มี 5 หน่วยงานที่แนะนำตัวด้วยสไลด์และมีแผ่นพับแจก บางหน่วยงานมีสินค้ามาให้ชิม เช่น กลุ่มจับสัตว์น้ำจากแหล่งธรรมชาติโชว์สินค้าตัวอย่าง (กุ้งอินทรีย์ กะปิอินทรีย์), ผู้ประกอบการผลิตไก่และไข่อินทรีย์ประกาศจะผลิตสินค้าแปรรูปอีกหลายตัวในอนาคต, ผู้ประกอบการปัจจัยการผลิตบางรายมีสินค้าชีวภัณฑ์มาโชว์ นับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทำความรู้จักกัน (เหมือนเทศกาลหาคู่) หลายรายมองหาผู้ผลิตวัตถุดิบอินทรีย์ให้ตน บางรายมีผู้เสนอตัวว่ามีศักยภาพที่จะปลูกพืชอินทรีย์ที่มีผู้ต้องการตามออร์เดอร์เพราะมีพื้นที่ที่ได้รับรองอินทรีย์อยู่แล้วหลายพันไร่ ผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อยคือผู้ปลูกพืชกาแฟที่ขอรับรองในระบบกลุ่ม (Grower Group) จากประเทศ ส.ป.ป.ลาว มีพื้นที่การผลิตรวมประมาณ 20,000 ไร่ ซึ่งได้แสดงความสนใจสินค้ากลุ่มปัจจัยการผลิตที่ได้รับการรับรองแล้วจาก มกท. และในช่วงท้ายก่อนสิ้นสุดการสัมมนา พิรจิต บัวทอง ฝ่ายตรวจและวิไลวรรณ สุวรรณดี ฝ่ายรับรอง ได้ร่วมกันสรุปประเด็นปัญหาที่มักพบบ่อยๆในงานตรวจและรับรอง รวมถึงชี้แนะแนวทางจัดการปัญหาต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วได้อย่างไร
ก่อนปิดการสัมมนา คุณวิฑูรย์ได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการ มกท. ช่วยกันเสนอแนะติติงหรือร้องเรียนเรื่องต่างๆที่คิดว่าไม่เหมาะสมหรือเพื่อปรับปรุงการทำงานของ มกท.ให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานฯ, การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และผู้ตรวจ โดยเขียนส่งไปที่สำนักงาน มกท.ได้ตลอดเวลา เพราะมกท. มีระบบงานติดตามตรวจสอบทุกเรื่องด้วยความโปร่งใสเพื่อประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เมื่อปัญหาต่างๆได้รับการแก้ไขแล้วเสร็จ ผู้ร้องเรียนก็จะได้รับแจ้งผลกลับไปให้ทราบด้วย พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ช่วยสุดท้าย นาถฤดีก็ได้กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดสัมมนาครั้งนี้คือ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พระจอมเกล้าลาดกระบัง โดยเฉพาะอาจารย์พีรชัย  กุลชัย ผู้ประสานงานให้เรื่องต่างๆลุล่วงไปได้ด้วยดี การสัมมนาได้ยุติลงเมื่อเวลา 16.00 น.