ปัญหาสารเคมีตกค้างในผลผลิตออร์แกนิค ที่ตรวจรับรองโดย มกท.

หลังจากที่เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thailand Pesticide Alert Network: Thai-PAN) ได้แถลงข่าวการสุ่มตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักผลไม้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่ามีการตรวจพบสารเคมี 3 ชนิดในผักออร์แกนิคที่ตรวจรับรองโดย มกท. 2 ชนิด คือ ถั่วฝักยาว และผักบุ้ง มีรายละเอียดดังนี้

* ถั่วฝักยาว ตรวจพบ carbofuran ปริมาณที่ตรวจพบ 0.01 mg/kg (หรือ 0.01 ส่วนในล้านส่วน)
* ผักบุ้ง ตรวจพบ Imidacloprid ปริมาณที่ตรวจพบ 0.02 mg/kg (หรือ 0.02 ส่วนในล้านส่วน) และ Indoxacarb 0.07 mg/kg (หรือ 0.07 ส่วนในล้านส่วน) (รายงานอ้างอิง)

ทาง มกท. ยอมรับผลการตรวจสอบของ Thai-PAN จึงได้เริ่มกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาและทวนสอบการตรวจรับรองใหม่ในทันที โดยมีความคืบหน้าและผลการดำเนินการที่จะแจ้งให้ทราบดังต่อไปนี้

(1) ผลการศึกษาและวิเคราะห์สารเคมีที่ตกค้าง

* carbofuran(คาร์โบฟูแรน) เป็นสารเคมีกำจัดแมลงในกลุ่มคาร์บาเมต เป็นสารเคมีประเภทดูดซึม และค่อนข้างมีความคงทนในสิ่งแวดล้อม(สลายตัวได้ช้า) มีระดับ MRL**ของกระทรวงสาธารณสุขไทย = 0.1 mg/kg  ระดับการตกค้างที่ Thai-PAN ตรวจพบคือ 0.01 mg/kg ซึ่งมีปริมาณตกค้างต่ำกว่าระดับMRL คือ มีปริมาณสารตกค้างเท่ากับ 10% ของค่า MRL

* Imidacloprid(อิมิดาโคลพริด) เป็นสารเคมีกำจัดแมลงในกลุ่มนีโอนิโคทินอยด์ เป็นสารประเภทดูดซึม และสลายตัวได้เร็ว แต่สารเคมีชนิดนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขไทยไม่ได้มีการกำหนดระดับ MRLในผักบุ้งไว้ (กรณีนี้ทาง Thai-PAN จะใช้เกณฑ์ว่า “ต้องไม่มีการตกค้าง” ดังนั้นหากตรวจพบการตกค้างไม่ว่าระดับใดให้ถือว่า”เกินเกณฑ์มาตรฐาน”ทั้งสิ้น) อย่างไรก็ดีในมาตรฐานของ Codex และสหภาพยุโรป มีการกำหนดระดับ MRLไว้ในพืชกินใบที่ใกล้เคียงกับผักบุ้ง ซึ่งอาจนำมาใช้เทียบเคียงได้ดังนี้

สหภาพยุโรป Codex
Land cress 2 mg/kg ไม่ระบุไว้
Lettuce 2 mg/kg 3 mg/kg

ระดับการตกค้างที่ Thai-PAN ตรวจพบคือ 0.02 mg/kg เมื่อเทียบเคียงกับตารางข้างต้นพบว่า ปริมาณตกค้างต่ำกว่าระดับMRL มากคือ มีปริมาณสารตกค้างเท่ากับ 0.7 – 1% ของค่า MRLเท่านั้น

* Indoxacarb(อินโดซาคาร์บ) เป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่ใช้ในการเกษตรน้อย ส่วนใหญ่ใช้กำจัดแมลงสาปและมดในบ้านเรือน หรือใช้ฆ่าเห็บหมัดในสุนัขและแมว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยไม่ได้มีการกำหนดระดับMRLไว้ (ทางThai-PAN จึงใช้เกณฑ์”ต้องไม่มีการตกค้าง“ เช่นเดียวกันกับ Imidacloprid ในผักบุ้ง) อย่างไรก็ดีในมาตรฐานของCodex และสหภาพยุโรป มีการกำหนดระดับ MRLไว้ในพืชกินใบที่ใกล้เคียงกับผักบุ้ง ซึ่งอาจนำมาใช้เทียบเคียงได้ดังนี้

  สหภาพยุโรป Codex
Land cress 1 mg/kg ไม่ระบุไว้
Lecttuce leaf ไม่ระบุไว้ 3 mg/kg
Lettuce 3 mg/kg ไม่ระบุไว้

ระดับการตกค้างที่ Thai-PANตรวจพบคือ 0.07 mg/kg เมื่อเทียบเคียงกับตารางข้างต้นพบว่า ปริมาณตกค้างต่ำกว่าระดับMRL ค่อนข้างมากคือ มีปริมาณสารตกค้างเท่ากับ 2.4 – 7% ของค่า MRL
** MRL หรือ Maximum Residue Limit –  เป็นปริมาณสารเคมีตกค้างสูงสุดในอาหารที่ยอมรับให้มีได้

สารเคมีตกค้างในระบบเกษตรอินทรีย์

ในระบบเกษตรอินทรีย์ มีความเป็นไปได้ที่ผลผลิตจะถูกตรวจพบสารเคมีปนเปื้อน/ตกค้าง แม้ว่าเกษตรกรผู้ผลิตจะไม่ได้ใช้สารเคมีดังกล่าวเลย เพราะมีการปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรในระบบนิเวศน์อยู่เดิมแล้วทั้งในดิน น้ำ และอากาศ จากการใช้กันอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องตลอดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 50 ปี จึงมีความเป็นไปได้ที่จะตรวจพบการตกค้างของสารเคมีการเกษตรในผลผลิตเกษตรอินทรีย์  แต่ระดับการปนเปื้อนดังกล่าวจะต้องอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับระดับ MRL

ด้วยเหตุนี้การตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ในหลายประเทศ จึงยอมรับให้มีการปนเปื้อนได้แต่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าMRLซึ่งกำหนดไว้แตกต่างกันขึ้นกับดุุลยพินิจของแต่ละประเทศ เช่น ไม่เกิน 5%ของค่าMRLในประเทศแคนาดา เป็นต้น ในการตรวจพบแต่ละครั้งหน่วยงานตรวจรับรองจะต้องทำการตรวจสอบสาเหตุของการปนเปื้อน(ซึ่งอาจจะมาจากการลักลอบใช้สารเคมีหรือจากการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อม) ก่อนที่จะพิจารณาลงโทษและ/หรือกำหนดมาตรการเพื่อลดการปนเปื้อนดังกล่าวให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นการกล่าวอ้างว่า ผลผลิตการเกษตรใดๆก็ตาม(รวมทั้งเกษตรอินทรีย์)ว่า“ปลอดการปนเปื้อนจากสารเคมี” จึงเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริง และสร้างความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนต่อสาธารณะ

ในทำนองเดียวกันการที่ Thai-PAN เลือกใช้เกณฑ์ “ต้องไม่มีสารตกค้าง” ในพืชที่ไม่เคยมีการกำหนดระดับ MRL มาก่อนนั้น จึงไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เป็นจริง จึงใคร่ขอเรียกร้องให้มีการทบทวนการเลือกใช้เกณฑ์ใหม่ในการสุ่มตรวจครั้งถัดไป

(2) การดำเนินการกับผู้ประกอบการที่ตรวจพบผลผลิตปนเปื้อน

* แจ้งให้ผู้ประกอบการระงับการขายผลผลิตจากฟาร์มที่ตรวจพบผลผลิตปนเปื้อนเป็นการชั่วคราว และให้ผู้ประกอบการทำการประเมินความเสี่ยงของการปนเปื้อนในระดับฟาร์มและการจัดการบรรจุผัก แล้วแจ้งให้ มกท.ทราบใน 5 วันทำการ ก่อนที่ มทก.จะทำการสุ่มตรวจฟาร์มและสถานประกอบการ

* มกท. จะทำการสุ่มตรวจฟาร์มของผู้ผลิตและผู้ประกอบที่เกี่ยวข้องภายใน 30วัน นับจากวันที่รับทราบข่าว และทาง มกท. จะแจ้งผลการตรวจสอบให้สาธารณชนทราบต่อไป

(3) มาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารเคมีในผลผลิตออร์แกนิค ที่ตรวจรับรองโดย มกท.

ในระบบการตรวจรับรองของ มกท. โดยปกติได้กำหนดให้มีการสุ่มตัวอย่าง ดิน และผลผลิตจากฟาร์มและการประกอบการแปรรูป รวมกันไม่น้อยกว่า 6%จากผู้ประกอบการที่รับรองทั้งหมดเป็นประจำทุกปี ไม่นับรวมกรณีที่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในระดับสูง

การสุ่มตรวจสอบสารพิษตกค้างในผลผลิตการเกษตรทั่วไปและอินทรีย์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดของ Thai-PANนั้น มีผลให้เกิดความตื่นตัวต่อเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมทั้งมีส่วนช่วยให้ระบบการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ไทยมีความเข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบเกษตรอินทรีย์โดยรวม มกท.ขอสนับสนุนให้มีการดำเนินการสุ่มตรวจให้ครอบคลุมกว้างขวางทั่วทุกกลุ่มและอย่างต่อเนื่องต่อไป

สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

16/10/59